สวัสดีจากวอร์ชิงตันค่ะ นุ้ยจากมารินีชาแนลนะคะ วันนี้นุ้ยจะมารีวิวน้ำหอมของ Diptyque Fleur de Peau ค่ะ
ถ้าเพื่อนๆเป็นคนรักน้ำหอม อย่าลืมกดกระดิ่งและกด Subscribe ข้างล่างนะคะ จะได้ไม่พลาดการรีวิวน้ำหอมครั้งต่อไปของนุ้ยค่ะ
ความประทับใจแรกพบ
กลิ่นนี้นะคะ นุ้ยต้องขอขอบคุณน้อง ไอซูนะคะ เป็นคนแนะนำให้นุ้ยลองไปดม และจริงๆ Diptyque เป็นหนึ่งในน้ำหอมที่คือนุ้ยไม่เคยสนใจค่ะ ต้องยอมรับ
แต่ว่าเห็นเป็นเทียนเขาเนี่ย คือเห็นมานานแล้วแต่ไม่เคยคิดจะลองน้ำหอม จนกระทั่งน้องไอซูบอกก็เลยอ่ะไปลองดู กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ออกใหม่ล่าสุดเลยค่ะที่นุ้ยรีวิวไว้ตรงนี้นะคะ
โน้ตกลิ่น
Top Notes - ช่วงเปิดกลิ่น
ท็อปโน้ตเขาเปิดมาด้วย Aldehyde เป็นกลิ่นสังเคราะห์ นุ้ยพี่อ่านมาเขาบอกว่ามันเป็นเหมือนกลิ่นที่ออกหวานๆ แหลมๆ นิดนึง มี Angelica ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นกลิ่นก็จะออกเหมือนกับสมุนไพรนะ
และมี Bergamot ขาดไม่ได้เลย สำหรับน้ำหอม Pink Pepper เพิ่มความเผ็ด
กลิ่นนี้นะคะ เป็นกลิ่นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เปิดมาเนี่ย นุ้ยรู้สึกว่ามันหวานแหลมมาก แต่ว่ามีความแบบมีความ Herbal ซึ่งพอผสมกันแล้วเนี่ย นุ้ยนึกถึง Aftershave ของพ่อค่ะ
ส่วนตัวนุ้ยรู้สึกว่ากลิ่นมันออกโบราณนิดนึง แต่ว่าสามีนุ้ยชอบค่ะ เขาบอกว่าไม่เห็นโบราณเลย เพราะฉะนั้นเนี่ย น้ำหอมเป็นอะไรที่มันคือความรู้สึกนะคะ ก็บางคนก็ชอบบางคนก็ไม่ชอบ เป็นเรื่องธรรมดา
สำหรับเขาเนี่ยเขารู้สึกว่ากลิ่นหอมสบายมาก แต่นุ้ยนุ้ยคือคือครั้งแรกที่หนุ่ยลองค่ะ
คำเตือนสำคัญ!
หนุ่ยฉีดไปปกติเวลาหนุ่ยลองน้ำหอมจะฉีดไป 2 spray เต็มๆ ในจุดเดียวกัน แต่ว่าอันนี้เป็นกลิ่นที่แรงมากนะคะ เค้าเป็น EDP (Eau de Parfum)
ก็เวลาเพื่อนๆใช้นะคะ สำหรับคนที่ชื่นชอบหรือคนจะไปลอง หนุ่ยก็แนะนำให้คราวนี้ฉีด spray เดียว ซึ่งวันนี้หนุ่ยไม่กล้าฉีด 2 สเปรย์แล้ว ไม่งั้นกลิ่นเขาแรงมาก
และติดทนนาน นี่คือข้อดี ติดทนนานมาก 10 กว่าชั่วโมง
Heart Notes - ช่วงกลาง
หลังจากนั้นกลิ่นเขาจะความหวานแหลม มันค่อย ๆ ลดลง แต่สำหรับหนุ่ย หนุ่ยรู้สึกถึงความหวานแหลมแล้วก็รู้สึกถึงกลิ่นเหมือน Lipstick Cosmetics ดูเหมือนพลาสติก
ชื่อมันแปลว่า “Skin Flower” ค่ะ เหมือนกับผิวเราเป็นกลิ่นน้ำหอม
กลิ่นนี้นี่พอฉีดแล้ว นอกจากจะนึกถึง Aftershave ของพ่อแล้ว ยังนึกถึง Shower Gel ด้วยค่ะ มันก็เหมือนกับเราอาบน้ำเสร็จแล้ว มีสบู่กลิ่นแบบนี้ติดอยู่ ได้ความรู้สึก Fresh แล้วก็หวานๆ
Base Notes - ช่วงท้าย
ต่อจากนั้น Base Note เขาจะมีทั้ง:
- Turkish Rose - กุหลาบจาก Turkey
- Iris - รากของ Iris กลิ่น Iris Root นะคะ หนุ๊ยเพียง Research มาว่ากลิ่นมันก็แบบหลายๆ แบบ ก็เหมือนกุหลาบ บางที Workshop มันก็ไม่ใช่ว่ากลิ่นกุหลาบแบบเดียว มีกลิ่นกุหลาบอยู่หลายพัน
- Cedarwood
- Ambergris
- Musk
ตามที่เขาบอก ก็หอมดีนะในความรู้สึกนุ้ยนะคะ
การพัฒนากลิ่น
กลิ่นเนี่ยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากตอนต้น เพียงแต่ว่ามีความอุ่นแล้วก็ละมุนกลมขึ้น
โดยเฉพาะตอนจบเนี่ย หลังจากที่เขาเริ่มมีกลิ่น Cedarwood, Ambergris, Musk ผสมเข้ามา ทำให้ความชาร์ปแหลมหวานในช่วงแรกๆเนี่ยมันดีขึ้นและก็สบายกับจมูกมากขึ้น
ยิ่งทิ้งไว้นานเนี่ยกลิ่นนี้จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ เพราะว่านุ้ยไม่ค่อยชอบช่วงแรกๆของเขาเท่าไหร่ ยิ่งทิ้งไว้ประมาณสักชั่วโมงนึงอะ นุ้ยรู้สึกว่าเออมันโอเคขึ้น
ความรู้สึกโดยรวม
คือเขาบอกว่ากลิ่นน้ำหอมมันเป็นกลิ่นที่ทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์บางอย่างหรือว่าอะไรบางอย่างเนี่ย กลิ่นนี้มันจะวนเวียนทำให้นุ้ยคิดถึง Aftershave ของพ่ออยู่ตลอดเวลา มันเลยทำให้นุ้ยรู้สึกว่ามันเป็นผู้ใหญ่ค่ะ
แต่ในขณะที่สามีนุ้ยเขารู้สึกว่ากลิ่นมันหอมแล้วก็ดี เป็นกลิ่นที่เขาอยากใช้ และเป็นหนึ่งในกลิ่นที่หลาย ๆ คนชอบ
ข้อควรระวัง
รู้สึกว่ามันไม่ใช่เป็นน้ำหอมที่ฉีดง่าย ไม่ใช่กลิ่นที่ทุกคนจะชอบ และเป็นกลิ่นที่ออกแปลก ๆ นิดนึงนะคะ
เพราะฉะนั้นก็อาจจะไม่เหมาะกับการฉีดไปทำงาน เพราะว่ากลิ่นค่อนข้างฟุ้งกระจายเยอะนิดนึง
สรุป
ยังไง Nui Encourage ให้เพื่อน ๆ ลองไปลองกันนะคะ แล้วลองคอมเมนต์มาว่าเพื่อนๆดมกลิ่นนี้แล้วนึกถึงอะไรนะคะ แล้วชอบไหม
ขอบคุณมากค่ะที่รับชม พบกันใหม่ในคลิปหน้านะคะ บ๊ายบาย
